กระบวนการพัฒนาประสิทธิภาพในการประชุมบุคลากร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัย เรื่อง กระบวนการพัฒนาประสิทธิภาพในการประชุมบุคลากร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ มีวัตถุประสงค์ ๒ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษาสภาพการณ์ปัจจุบันของการประชุมบุคลากร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ และ ๑) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพของการประชุมบุคลากร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานวิธี (Mixed Methods Reseach) ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนงาน และเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ จำนวน ๖๗ รูป/คน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interviews) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการสัมภาษณ์ ได้แก่ ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนงาน และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบการจัดประชุม จำนวน ๑๒ รูป/คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ๑) แบบสอบถามเพื่อการวิจัย เรื่อง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ และ ๒) แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัย เรื่อง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย () ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation-SD) และการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัย พบว่า
๑. สภาพการณ์ปัจจุบันของการประชุมบุคลากร มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ ทั้ง ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านการวางแผนการจัดประชุมประจำปี ด้านการเตรียมการก่อนการประชุม ด้านการดำเนินการประชุม และด้านการดำเนินการหลังการประชุมโดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก
๒. กระบวนการพัฒนาประสิทธิภาพในการประชุมบุคลากร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ นั้น จากการวิเคราะห์ข้อมูลผลการศึกษา พบว่า แนวทางพัฒนาประสิทธิภาพในการประชุมบุคลากร ภายในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยา เขตแพร่ มีอยู่ ๔ ด้าน ได้แก่
๒.๑ การวางแผนการจัดประชุมประจำปี (Annual Meeting’s Plan) หมายถึง การเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมบุคลากรประจำปีนั้น วิทยาเขตแพร่ ควรมีการประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานจัดประชุม เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและวางแผนการจัดประชุมบุคลากรประจำปีให้เกิดประสิทธิภาพ และมีการจัดทำปฏิทินการประชุมบุคลากรประจำปี โดยแจ้งให้ส่วนงานภายในวิทยาเขตได้รับทราบและถือปฏิบัติร่วมกัน
๒.๒ การเตรียมการก่อนการประชุม (Pre-Meeting’s Preparation) หมายถึง การเตรียม ความพร้อมก่อนการจัดประชุมบุคลากรแต่ละครั้งนั้น วิทยาเขตแพร่ ควรมีการประสานงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุมภายในวิทยาเขต อย่างน้อย ๑ สัปดาห์ มีการกำหนดหัวข้อหรือระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุม และควรจัดเตรียมสถานที่ประชุม/ห้องประชุม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องโสตทัศนูปกรณ์ให้เกิดความพร้อม
๒.๓ การดำเนินการประชุม (Meeting’s Conduction) หมายถึง ขณะที่ดำเนินการประชุมบุคลากรนั้น เมื่อประธานที่ประชุมไม่ว่างหรือติดภารกิจควรมีการมอบหมายให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่แทนและควรดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามหัวข้อหรือระเบียบวาระการประชุมที่ได้กำหนดไว้ การดำเนินการประชุมไม่ควรพูดนอกประเด็น ควรมีความกระชับ ไม่ใช้เวลานานเกินไป บรรยากาศการประชุมควรเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดวิชาชีพใหม่ ๆ ในการทำงานร่วมกันของบุคลากรภายในองค์กร และเลขาที่ประชุมหรือผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดประชุมควรจดบันทึกและสรุปมติที่สำคัญของการประชุมให้ครอบคลุมเนื้อหาที่ชัดเจน
๒.๔ การดำเนินการหลังการประชุม (Post-meeting’s Conduction) หมายถึง เมื่อมีการจัดประชุมบุคลากรแต่ละครั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เลขาที่ประชุมหรือผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับงานประชุมควรดำเนินการเร่งสรุปรายงานผลการประชุมทันที และรายงานการประชุมนั้น สามารถนำไปใช้ประกอบงานที่เกี่ยวข้องได้ ควรมีการตรวจสอบรายงานการประชุมก่อนนำเสนอผู้บริหารลงนาม ควรมีการจัดทำมติการประชุมเพื่อส่งให้ผู้เกี่ยวข้องในหน่วยงานได้รับทราบ และควรมีการกำกับและติดตามผลการปฏิบัติงานตามมติที่ประชุมของบุคลากรในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ วิทยาเขตอาจมีการแต่งตั้งกรรมการหรือบุคลากรผู้รับผิดชอบกำกับและติดตามผลการดำเนินงานหลังการประชุมแล้วเสร็จ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กรุณา บุญญพันธุ์, “แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการประชุมคณะกรรมการประจำคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่”,การค้นคว้าแบบอิสระ ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๐.
ณรงค์วิทย์ แสนทอง. Smarter Meeting เทคนิคการประชุมที่เหนือชั้น. กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชั่น, ๒๕๔๙.
ประชุม โพธิกุล. เทคนิคการประชุม. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์สายใจ, ๒๕๓๙.
ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง ภารกิจ อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของส่วนงานในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ระเบียบมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยงานสารบรรณ พุทธศักราช 2545. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๖.
ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๑๙๘ ง ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖.
วัชรินทร์ หินประกอบ, “การศึกษาปัญหาการจัดการประชุมและแนวทางการพัฒนาการประชุมในโรงเรียนที่เปิดสอน ช่วงชั้นที่ ๔ จังหวัดชัยภูมิ”,วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต, สถาบันบัณฑิตศึกษา : มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ๒๕๕๓.
ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. คู่มือการปฏิบัติงาน “เทคนิคการปฏิบัติงานประชุม”. นครราชสีมา : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, ๒๕๕๔.