การพัฒนาและตรวจสอบประสิทธิผลของโมเดลการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI-Enhanced Blended Learning Model) เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพครูของนักศึกษาวิชาชีพครู วิทยาลัยพิญชบัณฑิต
คำสำคัญ:
การเรียนรู้แบบผสมผสาน, ปัญญาประดิษฐ์, สมรรถนะวิชาชีพครู, โมเดลการเรียนรู้บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาวิชาชีพครู 2) พัฒนาโมเดลการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI-Enhanced Blended Learning Model: AIBL Model) และ 3) ตรวจสอบประสิทธิผลของโมเดลต่อสมรรถนะวิชาชีพครู ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของผู้เรียน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยใช้ประชากรทั้งหมด ได้แก่ นักศึกษาวิชาชีพครู วิทยาลัยพิญชบัณฑิต จำนวน 150 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามความต้องการจำเป็น แผนการจัดการเรียนรู้ตามโมเดล AIBL แบบประเมินสมรรถนะวิชาชีพครู แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ ซึ่งมีค่าความตรงเชิงเนื้อหา (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และค่าความเชื่อมั่นมากกว่า .80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์ และขนาดอิทธิพล (Cohen’s d)
ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่ความต้องการจำเป็นอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะด้านการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ โมเดล AIBL ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ( = 4.68, SD = 0.41) และภายหลังการทดลองใช้ นักศึกษามีสมรรถนวิชาชีพครูสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 18.76, p < .001, d = 1.52) รวมทั้งมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (t = 21.35, p < .001, d = 1.78) ซึ่งสะท้อนถึงขนาดอิทธิพลในระดับสูงมาก นอกจากนี้ ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อโมเดลในระดับมากที่สุด ( = 4.56, SD = 0.44) ผลการวิจัยยืนยันว่าโมเดล AIBL มีประสิทธิผลเชิงประจักษ์ในการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครู และมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ในบริบทการผลิตครูในยุคดิจิทัล
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2565). แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศ. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
จริยา รัมมนต์. (2568). การใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อส่งเสริมแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับอุดมศึกษา. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 18(2), 45–60.
ชลลดา ชโลมกลาง, และคณะ. (2568). การพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของนักศึกษาครูในยุคศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์ศึกษา, 20(1), 12–28.
นพวรรณ ทะวะลัย, และคณะ. (2569). การใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียน. วารสารนวัตกรรมการศึกษา, 15(3), 67–85.
ปภังกร สายบัว. (2569). การพัฒนาโมเดลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 46(2), 89–104.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). รายงานการปฏิรูปการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). The what and why of goal pursuits: Human needs and the self-determination of behavior. Psychological Inquiry, 11(4), 227–268. https://doi.org/10.1207/S15327965PLI1104_01
Graham, C. R. (2006). Blended learning systems: Definition, current trends, and future directions. In C. J. Bonk & C. R. Graham (Eds.), The handbook of blended learning: Global perspectives, local designs (pp. 3–21). San Francisco, CA: Pfeiffer.
Hattie, J. (2009). Visible learning: A synthesis of over 800 meta-analyses relating to achievement. London: Routledge.
Holmes, W., Bialik, M., & Fadel, C. (2019). Artificial intelligence in education: Promises and implications for teaching and learning. Boston, MA: Center for Curriculum Redesign.
Horn, M. B., & Staker, H. (2015). Blended: Using disruptive innovation to improve schools. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Luckin, R. (2018). Machine learning and human intelligence: The future of education for the 21st century. London: UCL Institute of Education Press.
Schleicher, A. (2021). World class: How to build a 21st-century school system. Paris: OECD Publishing.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาสังคมและพลเมืองสมัยใหม่

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร

