การพัฒนาโมเดลห้องเรียนอัจฉริยะ (SMART Classroom Model) เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดหนองคาย

ผู้แต่ง

  • ดร. ฐิติวัสส์ หมั่นกิจ โรงเรียนพระเทพบัณฑิตวิทยานุสรณ์
  • พระครูอโศกภัทรวงศ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย
  • พระมหาอำพล ธนปญฺโญ (ชัยสารี) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย

คำสำคัญ:

ห้องเรียนอัจฉริยะ, คุณภาพการเรียนรู้, ทักษะศตวรรษที่ 21, โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา, นวัตกรรมการศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้ 2) พัฒนาโมเดลห้องเรียนอัจฉริยะ (SMART Classroom Model) 3) ตรวจสอบประสิทธิผลของโมเดลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะในศตวรรษที่ 21 และ 4) ประเมินความพึงพอใจของผู้เรียน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (R&D) ควบคู่กับวิธีวิจัยแบบผสม ดำเนินการ 3 ระยะ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 165 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น และกลุ่มทดลอง 30 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือประกอบด้วยแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินโมเดล แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบ และแบบวัดทักษะ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เนื้อหา และ t-test แบบกลุ่มสัมพันธ์

ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลาง (x̄ = 3.21) ขณะที่ความต้องการจำเป็นอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.36) โดยด้านเทคโนโลยีสูงสุด (x̄ = 4.52) 2) โมเดล SMART Classroom มี 5 องค์ประกอบ และมีความเหมาะสมระดับมากที่สุด (x̄ = 4.78) 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (x̄ = 81.73) สูงกว่าก่อนเรียน (x̄ = 62.40) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 15.27) และทักษะศตวรรษที่ 21 อยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.41) 4) ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.62) และประสิทธิภาพของโมเดลเท่ากับ 82.15/84.30 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 สรุปได้ว่า โมเดล SMART Classroom มีความเหมาะสมและมีประสิทธิผลเชิงประจักษ์ในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน

เอกสารอ้างอิง

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2563). การพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียนไทย. วารสารพัฒนาการเรียนรู้, 15(2), 45–60.

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2561). เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). (2564). รายงานการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สมศ.

Chaudhuri, S., Dayal, U., & Narasayya, V. (2011). An overview of business intelligence technology. Communications of the ACM, 54(8), 88–98.

Chen, L., Chen, P., & Lin, Z. (2020). Artificial intelligence in education: A review. IEEE Access, 8, 75264–75278.

Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). The what and why of goal pursuits: Human needs and the self-determination of behavior. Psychological Inquiry, 11(4), 227–268.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Partnership for 21st Century Skills. (2019). Framework for 21st century learning. Washington, DC: P21.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

หมั่นกิจ ด. ฐ., อโศกภัทรวงศ์ พ., & ชัยสารี พ. ธ. . (2026). การพัฒนาโมเดลห้องเรียนอัจฉริยะ (SMART Classroom Model) เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดหนองคาย. วารสารการพัฒนาสังคมและพลเมืองสมัยใหม่, 1(2), 13–26. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jdc/article/view/3891