การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “มรดกโลกบ้านเชียง” เพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในท้องถิ่นอุดรธานีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครอุดรธานี

ผู้แต่ง

  • พระวรศานต์ วรธมฺโม (วัฒนวงศ์) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

: มรดกโลกบ้านเชียง, การจัดการเรียนรู้เชิงพื้นที่, ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น, Constructivism

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “มรดกโลกบ้านเชียง” เพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในท้องถิ่นอุดรธานีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครอุดรธานี การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน โดย ศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการจัดการเรียนรู้วัฒนธรรม กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 300 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่ายตามสูตรทาโร่ยามาเน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป และมีค่าความเชื่อมั่นตามวิธีของครอนบาคอยู่ในระดับสูง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
          ผลการวิจัยพบว่า  สภาพการจัดการเรียนรู้วัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในท้องถิ่นอุดรธานีโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (x̄ = 2.94, S.D. = 0.99) โดยการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับ “มรดกโลกบ้านเชียง” มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (2) แนวทางการพัฒนารูปแบบควรเป็นนวัตกรรมกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน บูรณาการแนวคิด Place-Based Education และทฤษฎี Constructivism เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การทัศนศึกษา การใช้ปราชญ์ท้องถิ่น และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ในพื้นที่จริง คือ Ban Chiang Archaeological Site ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCO
          ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่าการบูรณาการแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นเข้าสู่หลักสูตรอย่างเป็นระบบสามารถยกระดับความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมได้อย่างมีนัยสำคัญเชิงคุณภาพ และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นรูปแบบต้นแบบสำหรับโรงเรียนในบริบทพื้นที่อื่น

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กิตติพงษ์ จันทรา. (2564). การใช้แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นฐานการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารการศึกษาท้องถิ่น, 18(2), 45–60.

ปรีชา ศรีสุข. (2563). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้มรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในชุมชน. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 15(1), 78–92.

รัตนา แก้วคำ. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่นกับความภาคภูมิใจในชุมชนของนักเรียนมัธยมศึกษา. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 24(3), 112–126.

สุพัตรา บุญมาก. (2562). การจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาโดยใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเพื่อพัฒนาความภาคภูมิใจในท้องถิ่น. วารสารครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ, 14(2), 33–48.

UNESCO. (2019). World Heritage List: Ban Chiang Archaeological Site. Paris: UNESCO World Heritage Centre.

Piaget, J. (1972). The psychology of the child. Basic Books.

Sobel, D. (2004). Place-based education: Connecting classrooms and communities. The Orion Society.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

28-02-2026

รูปแบบการอ้างอิง

วัฒนวงศ์ พ. ว. . (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง “มรดกโลกบ้านเชียง” เพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในท้องถิ่นอุดรธานีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครอุดรธานี. วารสารการพัฒนาสังคมและพลเมืองสมัยใหม่, 1(1), 33–43. สืบค้น จาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jdc/article/view/3673

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย