ผลลัพธ์ของรูปแบบการสอนแบบ Picture Word Inductive Model (PWIM) ต่อความสามารถ ในการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
คำสำคัญ:
การสอนแบบอุปนัยด้วยภาพและคำ, ความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้รูปแบบการสอนแบบอุปนัยด้วยภาพและคำ (Picture Word Inductive Model หรือ PWIM) ในการพัฒนาความสามารถในการเขียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 32 คน ทำการทดสอบก่อนเรียน (pre-test) และหลังเรียน (post-test) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนาพบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน ( = 21.2) สูงกว่าก่อนเรียน ( =20.8) เพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการทดสอบ paired Samples t-test เพื่อหาความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ พบว่า ค่าสถิติ t เท่ากับ -0.361 และค่าความน่าจะเป็นของผลลัพท์ (p) เท่ากับ 0.360 ซึ่งมีค่าสูงกว่าระดับนัยสำคัญที่ 0.05 ผลการวิจัยสรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ PWIM ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการเขียนของนักเรียนหลังเรียนแตกต่างจากก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการศึกษานี้ ขัดแย้ง กับงานวิจัยก่อนหน้าที่ยืนยันว่า PWIM มีประสิทธิผลในการพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำและคำศัพท์ การไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญนี้อาจเป็นผลมาจาก ความไม่สม่ำเสมอในการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่าง หรือ ความเข้มข้นของการแทรกแซงที่ไม่เพียงพอ รวมถึงบริบทโรงเรียนในการวิจัยนี้มีความแตกต่างจากงานวิจัยก่อนหน้า
เอกสารอ้างอิง
ณริณฐ์พัชร คงแสงจันทร์ & เด่นดาว ชลวิทย์. (2566). การเปรียบเทียบความสามารถการอ่านและ
เขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบ Picture Word Inductive Model (PWIM) กับวิธีการสอนปกติ. วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 5(2), 111–122.
ณัฏฐณิชา หทัยพัฒน์โภคิน & ลำไย สีหามาตย์. (2568). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบ
สืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอนร่วมกับการสอนอ่านแบบ PWIM เพื่อพัฒนาทักษะด้านการอ่านและการเขียนสะกดคำในมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 8(2), 603–618.
ณัฐพร เหมือนชู & น้ำทิพย์ องอาจวาณิชย์. (2568). การพัฒนาความสามารถในการอ่านสะกดคําของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน. Journal of Buddhist Education and Research, 11(2), 557–568.
พนิดา ใจกล้า & ศิริพร พึ่งเพ็ชร์. (2566). ผลของการใช้การจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับการ
เรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนต่อความสามารถในการอ่านคำศัพท์ภาษาจีนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 8(3), 62-75.
วสิตา หลอดทอง & ชิดชไม วิสุตกุล. (2568). การพัฒนาความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษ โดย
ใช้การจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับแอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารศรีล้านช้างปริทรรศน์, 11(1), 73-85.
ศศิรัญ บาลจบ. (2567). ผลของการใช้รูปแบบการเรียนการสอนพิกเจอร์เวิร์ดที่มีต่อความสามารถใน
การเรียนรู้คําศัพท์ของนักเรียนไทย. วารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร, 7(1), 236-244.
Bhattarachaiyakorn, S., & Phettakua, S. (2023). English speaking anxiety among
Northeastern Thai university students. LEARN Journal: Language Education and Acquisition Research Network, 16(1), 384–407.
Calhoun, E. F. (1999). Teaching beginning reading and writing with the Picture Word
Inductive Model. ASCD.
Hidayati, E. N. (2021). The effect of Picture Word Inductive Model (PWIM) on the
students’ English writing achievement at junior high school. Exposure Jurnal Pendidikan Bahasa Inggris, 10(1), 47–55. https://doi.org/10.26618/exposure.v10i1.4947
Maporn, S., & Praphan, P. (2021). Issue on study of Aviation English as a lingua franca:
A documents review. Journal of Social Sciences and Humanities Research in Asia, 27(1), 129–126.
The jamovi project. (2025). Jamovi. Retrieved from https:jamovi.org.
Thornbury, S. (2002). How to teach vocabulary. Pearson Education Limited.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร