วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธนบุรี (ฉบับบัณฑิตศึกษา) https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal <p> <span class="fontstyle0">Journal of Humanities and Social Sciences Thonburi University (Graduate Studies) วารสารมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธนบุรี (ฉบับบัณฑิตศึกษา) รับตีพิมพ์ </span><span class="fontstyle2">บทความวิชาการ(Academic Article) บทความวิจัย (Research Article) </span><span style="font-size: 0.875rem;">E-ISSN: 2822-1273</span></p> <div>วารสารฯ เริ่มดำเนินการครั้งแรกในปี 2565 โดยความร่วมมือกันของหลักสูตรภายใต้คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธนบุรี เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่แหล่งข้อมูลเชิงวิชาการแก่อาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ทั้งภายในสถาบัน และต่างสถาบันที่ให้ความสนใจ</div> <div> </div> <div>มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่บทความวิจัยและบทความทางวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ การจัดการ และการบัญชีทั่วไป เศรษฐศาสตร์ เศรษฐมิติ การเงินทั่วไป และสังคมศาสตร์ทั่วไป ของอาจารย์ บุคลากรและนักศึกษา ทั้งภายในและภายนอกสถาบัน เป็นสื่อกลางและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการ ให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการและเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของบุคลากรทั้งภายในและภายนอกสถาบัน</div> th-TH บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร Wed, 24 Dec 2025 10:53:30 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 เหนือกว่ากระแส: สำรวจเงามืดและภัยคุกคามของปัญญาประดิษฐ์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2409 <p>บทความวิชาการเรื่อง “เหนือกว่ากระแส: สำรวจเงามืดและภัยคุกคามของปัญญาประดิษฐ์” นี้ มุ่งวิเคราะห์อย่างเจาะลึกถึงแง่มุมด้านลบที่ซับซ้อนของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งมักถูกบดบังด้วยกระแสความมองโลกในแง่ดีที่แพร่หลายในปัจจุบัน แม้ว่า AI จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างประโยชน์มหาศาลในหลากหลายภาคส่วน แต่การตรวจสอบอย่างละเอียดกลับเผยให้เห็นถึงความท้าทายทางจริยธรรม สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงที่สำคัญยิ่ง บทความนี้เริ่มต้นด้วยการสำรวจประเด็นปัญหาในปัจจุบันของ AI ซึ่งรวมถึงอคติทางอัลกอริทึมที่ฝังรากอยู่ในชุดข้อมูลและกระบวนการตัดสินใจ ส่งผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติในด้านต่างๆ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากการรวบรวมข้อมูลจำนวนมากและการปรากฏของภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ ผลกระทบต่อตลาดแรงงานและการพลัดถิ่นของงานก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ โดย AI มีศักยภาพในการแทนที่งานจำนวนมากและนำไปสู่การแบ่งขั้วของทักษะ ซึ่งอาจซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำทางสังคม ท้ายที่สุด บทความนี้ได้นำเสนอแนวทางการบรรเทาผลกระทบและกลยุทธ์การกำกับดูแลที่จำเป็น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนา AI ที่มีความโปร่งใสและความรับผิดชอบ รวมถึงการใช้กรอบกฎหมายที่แข็งแกร่งและเป็นอิสระ เพื่อให้มั่นใจว่า AI จะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดของมนุษยชาติ ส่งเสริมศักดิ์ศรีความเท่าเทียมและความยั่งยืน</p> วุฒิ วัชโรดมประเสริฐ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2409 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 แนวคิด Agile ในการบริหารการศึกษา https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2362 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้แนวคิด Agile ในการบริหารการศึกษา โดยอธิบายพัฒนาการของ Agile จากอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์สู่ภาคการศึกษา และเชื่อมโยงกับการบริหารยุทธศาสตร์ หลักสูตร การพัฒนาครู และการบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุค VUCA และ BANI Agile เป็นแนวคิดร่วมสมัยที่เน้นความยืดหยุ่น การสื่อสารร่วมกัน การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถเสริมพลังให้การบริหารการศึกษามีความคล่องตัว ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย บทความได้นำเสนอหลักการ 4 ด้านของ Agile (Agile Manifesto) และตัวอย่างการประยุกต์ เช่น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Sprint-based การใช้ Kanban Board การประชุมแบบ Daily Scrum และการสะท้อนผลแบบ Retrospective พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อจำกัดและข้อควรระวัง ตลอดจนเสนอแนะแนวทางเชิงนโยบายในการนำ Agile ไปใช้ในบริบทของประเทศไทย ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า Agile สามารถเป็นทางเลือกใหม่ที่สร้างสรรค์สำหรับการบริหารการศึกษา แต่ต้องพัฒนาองค์ความรู้ แนวทางปฏิบัติ และวัฒนธรรมองค์กรให้เหมาะสมกับบริบทของไทย</p> นวรัตน์ ไวชมภู ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2362 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 AI ในฐานะแรงขับเคลื่อนที่หก? การทบทวนโมเดลของพอร์ทเตอร์ในยุคปัญญาประดิษฐ์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2788 <p>บทความนี้วิเคราะห์บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะแรงขับเคลื่อนการแข่งขันขององค์กรยุคดิจิทัล โดยใช้กรอบแรงขับทั้งห้าของพอร์ทเตอร์เพื่อประเมินว่าการลงทุนใน AI จะสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ได้หรือไม่ การทบทวนวรรณกรรมพบว่า AI ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่ยังมีผลต่อแรงกดดันทั้งห้า ได้แก่ ความรุนแรงของการแข่งขัน ภัยคุกคามจากผู้เล่นใหม่ ภัยคุกคามจากสินค้าทดแทน อำนาจต่อรองของผู้ขาย และอำนาจต่อรองของผู้ซื้อ ทั้งนี้ ผู้เขียนเสนอ “แรงขับเคลื่อนที่หก” ซึ่ง AI สามารถส่งผลกระทบต่อทุกแรงขับพร้อมกัน กรณีศึกษาจาก Johnson &amp; Johnson, Cedars-Sinai และ PepsiCo แสดงว่า AI สนับสนุนห่วงโซ่อุปทาน การสร้างแพลตฟอร์มเศรษฐกิจ และความได้เปรียบที่ยั่งยืน นอกจากนี้ AI ยังช่วยองค์กรตอบสนองการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม ลดความเสี่ยงจากผู้เล่นใหม่และสินค้าทดแทน พร้อมสร้างความสัมพันธ์เชิงลึกกับลูกค้า สุดท้ายบทความเสนอ “โมเดลพอร์ทเตอร์ + AI” เพื่อสะท้อนบทบาทเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างครบถ้วน องค์กรที่ไม่ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับ AI อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในอนาคต</p> บัญชา เกิดมณี, พนัส อุณหบัณฑิต, วุฒิ วัชโรดมประเสริฐ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2788 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 Models in Professional and Doctorate Degree Research https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2581 <p>Models serve crucial roles in professional and doctoral research across disciplines. This overview examines various model types: conceptual, mathematical, algorithmic, and physical models. Models represent key research problems and enable outcome explanation or prediction. Strong conceptual models provide explanatory frameworks, while mathematical models enable quantitative analysis. algorithmic models implement concepts and allow virtual experimentation through simulations. Physical prototypes test practical concepts and solutions effectively. Model development requires iterative evaluation and refinement against evidence and theory. Effective model communication through visualizations remains essential for research impact. However, modeling faces limitations including necessary simplifications, assumptions, and unknowns. Researchers must leverage model strengths while acknowledging inherent limitations for rigorous inquiry</p> Nisara Paethrangsi, Prasong Uthai, Wanbin She, Sombat Teekasap ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2581 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 ความสัมพันธ์ระหว่างความสมดุลในการทำงานกับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน เจเนอเรชันวายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2540 <p>การศึกษาการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับความสมดุลในการทำงานของพนักงานเจเนอเรชันวายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (2) ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานเจเนอเรชันวายในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล (3) ความสัมพันธ์ระหว่างความสมดุลในการทำงานกับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานเจนเนอเรชันวายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ พนักงานบริษัทเอกชนเจเนอเรชันวายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเป็นคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2523 – 2540 จำนวน 400 คน โดยรวบรวมข้อมูลจากการเก็บแบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Correlation) โดยใช้การวิเคราะห์ความสัมพันธ์สำหรับตัวแปรเชิงปริมาณ (Correlation Analysis) เพื่อทดสอบสมมติฐาน ผลการวิจัย พบว่า ระดับความสมดุลในการทำงานของพนักงานเจเนอเรชันวายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 3.82, S.D = 0.64) ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานเจเนอเรชันวายในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 3.80, S.D = 0.72) ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างความสมดุลในการทำงานกับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานพบว่า มีความสัมพันธ์กันในภาพรวมในระดับมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01</p> ปักษธรกาญจน์ หอมหวล, อาภรณีน์ อินฟ้าแสง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2540 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลของพนักงานบริษัท กรณีศึกษา บริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาคร https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2795 <p>การวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลของพนักงานบริษัท กรณีศึกษา บริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาคร มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลของพนักงาน บริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาคร และ (2) ศึกษาพฤติกรรมการวางแผนการเงินส่วนบุคคลของพนักงานบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือพนักงานบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 134 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติการทดสอบแบบ t-test ,One-way ANOVA และการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธี LSD (Least Significant Difference) และสถิติการถดถอยพหุคุณ (Multiple Regression) ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงจำนวน 68 คน มีระดับความคิดเห็นในส่วนของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลของพนักงานบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาคร โดยรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยปานกลาง x̅ =3.38 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างด้านที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลของพนักงานบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาคร ทั้ง 4 ด้าน มีความสัมพันธ์กันในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01</p> นตา เตชะบุญมาส, ประสงค์ อุทัย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2795 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 Key Survival Drivers of Low-Cost Carriers: An Empirical Investigation in the Context of Thai Airlines https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2859 <p>This study investigates the key survival drivers of low-cost carriers (LCCs) in Thailand, a business facing rising fuel costs, intense competition, and external factors. The objectives were to identify critical drivers, examine managerial perspectives, and propose a comprehensive survival model. A mixed-methods design was employed, integrating quantitative surveys of 400 passengers and employees with qualitative interviews of 15 aviation experts. Quantitative data were analysed using structural equation model (SEM), while qualitative insights contextualized the findings. Results reveal that revenue and market strategy exert the strongest influence on survival, supported by operational performance, customer relationship, and network management. The validated model underscores that sustainable survival requires a balanced integration of financial strength, operational excellence, customer loyalty, and strategic network design. These results provide empirical evidence from the Thai context and practical advice for surviving in unstable markets, which is a contribution to the field of airline management.</p> Chadaporn Jaktong, Nisara Paethrangsi, Kamnuan Wisutthipinetr ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2859 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 ผลกระทบของการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม และผลดำเนินงานทางการเงินที่มีต่อมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทในดัชนีความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2796 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และผลดำเนินงานทางการเงินที่มีต่อมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทในดัชนีความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้วิจัยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และทำการเก็บข้อมูลจากประชากรของบริษัทในดัชนีความยั่งยืนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 252 บริษัท โดยใช้ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2567 กำหนดการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ และใช้การวิเคราะห์ค่าสถิติเชิงพรรณนา, การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์, และการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า ตัวแปรทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมมีความสามารถในการอธิบายมูลค่าหลักทรัพย์ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตามกำไรต่อหุ้น (EPS) มีผลเชิงลบต่ออัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E) และอัตราส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EV/EBITDA), อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) มีผลเชิงบวกต่ออัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E) ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการก๊าซเรือนกระจกมีผลเชิงลบต่ออัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E) และการจัดการน้ำมีผลเชิงลบต่ออัตราส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EV/EBITDA) สรุปได้ว่า ทั้งตัวแปรทางการเงินและ ESG ยังไม่ใช่ปัจจัยหลักในการกำหนดมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทไทย อาจเกิดจากนักลงทุนยังไม่ให้น้ำหนักกับข้อมูล ESG อย่างเต็มที่และมาตรฐานการเปิดเผยยังไม่สม่ำเสมอ งานวิจัยต่อไปควรพิจารณาปัจจัยธรรมาภิบาล ขนาดบริษัท และมาตรฐานการเปิดเผย ESG สากลเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการอธิบาย</p> สุธาสินี วสุนิธิโรจน์, พรรณเพ็ญ สิทธิพัฒนา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2796 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการร้านอาหารอีนมแบน จังหวัดสมุทรสาคร https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2825 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการร้านอาหารอีนมแบน จังหวัดสมุทรสาคร (2) ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดของร้านอาหารอีนมแบน จังหวัดสมุทรสาคร และ (3) ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้มาใช้บริการร้านอาหารอีนมแบน จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.941 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า (1) ระดับความพึงพอใจในการใช้บริการร้านอาหารอีนมแบน ด้านความพึงพอใจ ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ ความพึงพอใจการบริการของพนักงาน (2) ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการ (7Ps) ของผู้ใช้บริการร้านอาหารอีนมแบน จังหวัดสมุทรสาคร ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีระดับความคิดเห็นสูงที่สุด คือ ด้านกายภาพและการนำเสนอ (3) ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านช่องทางการจัดจําหน่าย ด้านบุคลากร ด้านกายภาพและการนำเสนอ และด้านกระบวนการให้บริการ มีอิทธิพลต่อการการตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านอาหารอีนมแบน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และพบว่า ด้านราคา ด้านการส่งเสริมการตลาด ไม่มีอิทธิพลต่อการการตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านอาหารอีนมแบน จังหวัดสมุทรสาคร มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> ธนดล จับบาง, พิสมัย เหล่าไทย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2825 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 ระบบขนส่งสาธารณะที่มีผลกระทบต่อผู้สูงอายุกรณีศึกษาตำบลแพรกษา ตำบลท้ายบ้านใหม่ ตำบลบางปู ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2935 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเดินทางของผู้สูงอายุในเขต ตำบลท้ายบ้านใหม่ ตำบลแพรกษา ตำบลบางปู ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ (2) เพื่อศึกษาการเข้าถึงบริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของผู้สูงอายุในเขต ตำบลท้ายบ้านใหม่ ตำบลแพรกษา ตำบลบางปู ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ (3) เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการในการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของ ผู้สูงอายุในเขต ตำบลท้ายบ้านใหม่ ตำบลแพรกษา ตำบลบางปู ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ และ (4) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาบริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของผู้สูงอายุในเขต ตำบลท้ายบ้านใหม่ ตำบลแพรกษา ตำบลบางปู ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยกลุ่มตัวอย่างในการดำเนินงานวิจัยในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ (1) ประชากรผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ก่อนการสร้างรถไฟฟ้าและการขยายระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ตำบลแพรกษา ตำบลท้ายบ้านใหม่ ตำบลบางปูใหม่ ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการโดยใช้ผู้สัมภาษณ์ทั้งหมด 15 ท่าน (2) ประชากรผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่หลังการสร้างรถไฟฟ้าและการขยายระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ตำบลแพรกษา ตำบลท้ายบ้านใหม่ ตำบลบางปูใหม่ ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้ผู้สัมภาษณ์ทั้งหมด 27 ท่าน รวมทั้งสิ้น 42 ท่าน จำนวน 42 คน ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการใช้สูตรการคำนวนขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามหลักการของ Yamane (1973) ที่ระดับความน่าเชื่อถือ ร้อยละ 95 ความคลาดเคลื่อนที่ ± 5 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) เป็นวิธีการสัมภาษณ์ที่ต้องการรายละเอียดมากที่สุด และ (2) การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม (Participant Observation) ผลการวิจัยพบว่า (1) ตำบลบางปู มีระดับความยากมากในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ (2) ตำบลบางปูใหม่ มีระดับปานกลางถึงยากในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ (3) ตำบลแพรกษามีระดับปานกลางในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ และ (4) ตำบลท้ายบ้านใหม่มีระดับง่ายในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ</p> รัชนก สุขประเสริฐ, เอกนรี ทุมพล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2935 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 กลยุทธ์การตลาดขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์อัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตลาดน้ำเชิงสร้างสรรค์ https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2885 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษากลยุทธ์การตลาดเพื่อสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่มีผลต่อแรงจูงใจวิถีท่องเที่ยวตลาดน้ำเชิงสร้างสรรค์ (2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมแรงจูงใจซอฟต์พาวเวอร์อัตลักษณ์ท้องถิ่นในการ ชม ชิม ช็อป ในวิถีท่องเที่ยวตลาดน้ำเชิงสร้างสรรค์ของนักท่องเที่ยว โดยกลุ่มตัวอย่างคือ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในพื้นที่บริเวณตลาดน้ำคลองลัดมะยม 400 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการหาค่าความคิดเห็นระดับความสำคัญ ผลการวิจัยพบ (1) ระดับค่าความคิดเห็นของกลยุทธ์การตลาด ของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในพื้นที่บริเวณตลาดน้ำคลองลัดมะยมสนับสนุนขับเคลื่อน ซอฟต์พาวเวอร์ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับความสำคัญมากในทุก ๆ ด้าน (2) พฤติกรรม ชม ชิม ช็อป ของนักท่องเที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยม คือ กิจกรรมนั่งเรือชมธรรมชาติและวิถีชีวิต ซื้อสินค้าที่ระลึก ซื้อขนมผลไม้ และรับประทานอาหาร ตามลำดับ โดยพบว่าค่าใช้จ่ายส่วนตัวในการท่องเที่ยวต่อครั้งของนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 1,000-2,000 บาท ตามด้วยค่าใช้จ่ายที่ 2,001-3,000 บาท ผลที่ได้จากการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์อัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตลาดน้ำเชิงสร้างสรรค์</p> สมาน มะโนแก้ว, ศุภลักษณ์ บาตโพธิ์, เบญจวรรณ บวรกุลภา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2885 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 แบบจำลองโลจิสติกส์ระบบแถวคอยของผู้มาใช้บริการสหกรณ์ออมทรัพย์ ABC จำกัด ในจังหวัดนนทบุรี https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2861 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการให้บริการแก่สมาชิกของสหกรณ์ออมทรัพย์ ABC จำกัด ในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการโดยใช้การจำลองเชิงคอมพิวเตอร์ โดยเปรียบเทียบรูปแบบการให้บริการในปัจจุบันกับระบบที่จำลองขึ้น เพื่อให้สอดคล้องต่อจำนวนสูงสุดของผู้ใช้บริการ จำนวนสมาชิกที่ได้รับบริการ เวลาที่ใช้ในระบบ และเวลาที่ใช้ในแถวคอย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสังเกตุและบันทึกข้อมูลตามช่วงเวลาการเข้ารับบริการของลูกค้าคนแรกจนถึงลูกค้าคนถัดไปและเวลาในการให้บริการในช่วงวันปกติ ด้วยโปรแกรม Microsoft Excel ปัจจุบันมีจำนวนผู้เข้ารับบริการเฉลี่ย ในช่วงวันปกติ จำนวน 388 คน โดยมีผู้มาใช้บริการต่ำสุด 350 คน และจำนวนสูงสุด คือ 422 คน และทดสอบทดสอบความเป็นจริงระหว่างระบบการให้บริการปัจจุบันกับระบบที่จำลองขึ้น ด้วยโปรแกรมอารีนา Arena ผลการทดสอบ พบว่า แบบจำลองของการให้บริการในช่วงวันปกติ ในส่วนของเคาน์เตอร์ มีการแจกแจงแบบเบต้า ส่วนแนวทางการปรับปรุงการให้บริการ พบว่า ในช่วงวันปกติรูปแบบการให้บริการที่เหมาะสมที่สุด คือ รูปแบบ 2 - 1 - 2 กำหนดให้มีช่องบริการ 1 รายการเท่านั้นจำนวน 2 ช่อง, 1 ช่อง สำหรับให้บริการ 1 - 2 รายการ และ 2 ช่อง คือ ช่องที่ให้บริการตั้งแต่ 3 รายการขึ้นไป ผลคือ สามารถให้บริการแก่ผู้มาใช้บริการโดยเฉลี่ยต่อวัน จำนวน 426 คน แสดงว่า การปรับรูปแบบการให้บริการ แบบ 2 – 1 - 2 สามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้บริการของสมาชิกได้มากกว่าระบบการให้บริการในปัจจุบัน</p> จตุรวิทย์ ศศิธรานนท์, ศิรินธร เอี๊ยบศิริเมธี, ฌานนพ สืบพิลา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2861 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 การจัดการเชิงกลยุทธ์ ความยืดหยุ่นทางการตลาดต่อความเสร็จของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2907 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับความสำคัญของการจัดการเชิงกลยุทธ์ ความยืดหยุ่นทางการตลาดต่อความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม และ (2) ความสัมพันธ์ของการจัดการเชิงกลยุทธ์ ความยืดหยุ่นทางการตลาดที่มีต่อการเติบโตของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ใช้วิธีการสุ่มแบบตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน คำนวณหาสัดส่วนกลุ่มตัวอย่างแยกตามเขตพื้นที่ ได้จำนวนทั้งสิ้น 400 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า (1) การจัดการเชิงกลยุทธ์มีความสำคัญมากต่อความเสร็จของผู้ประกอบการ โดยด้านบุคลากรมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านกลยุทธ์ ด้านโครงสร้าง ด้านทักษะ ด้านระบบ และด้านสไตล์ ตามลำดับ ในขณะที่ความยืดหยุ่นทางการตลาด มีความสำคัญมากต่อความเสร็จของผู้ประกอบการ โดยด้านความสามารถในการฟื้นตัว มีความสำคัญมาก รองลงมาคือ ด้านความสามารถในการดูดซับแรง และ ด้านความสามารถในการปรับตัว ตามลำดับ ความสำเร็จของผู้ประกอบการมีความสำคัญมากที่สุด โดยด้านกำไร ด้านจำนวนลูกค้า และด้านยอดขาย ตามลำดับ (2) การจัดการเชิงกลยุทธ์ ความยืดหยุ่นทางการตลาด มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ณ ระดับนัยสำคัญ 0.01</p> สุวรรณ เดชน้อย, ศิรินธร เอี๊ยบศิริเมธี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/2907 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 Business Model for Sustainable Automotive Accessories Shop. https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/3044 <p>A business to survive various obstacles at each stage of the business cycle is very important for the survival and sustainability of the business, especially during the starting period, which is extremely challenging for entrepreneurs. Choosing the right strategy requires the use of information, especially from consumers and financial structure to analyze and plan their business. Therefore, this research seeks to find the answer with a study, (1) market factors that influence consumer loyalty and (2) the initial investment structure of business operations. Quantitative research methods collect data with questionnaires. Analyze data with Stepwise multiple regression. Qualitative research collects data with structured interviews, analyze data in a content-based way. The results of the research led to a marketing strategy to build loyalty, investment strategies and revenue strategies that will lead to starting a Sustainable Business.</p> Thikamporn Thaweedech, Sombat Teekasap ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/3044 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700 อิทธิพลของการสื่อสารการตลาดดิจิทัลและค่านิยมการบริโภคอย่างยั่งยืนต่อการตัดสินใจซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคกลุ่ม Gen C (Connected Consumer)ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/3154 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับความสำคัญของการสื่อสารทางการตลาด ค่านิยมการบริโภคที่ยั่งยืนต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคกลุ่ม Gen C (Connected Consumer) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และ (2) ระดับความสำคัญค่านิยมการบริโภคที่ยั่งยืนต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของผู้บริโภคกลุ่ม Gen C (Connected Consumer) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ที่เคยซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 400 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจง เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามตามแหล่งชุมชน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบตัวแปรเข้าทั้งหมด ผลการวิจัยพบว่า (1) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ใช้แพลฟอร์มและสื่อสังคมออนไลน์ที่เคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ คือ TikTok และมีความคิดเห็นว่าการสื่อสารทางการตลาดดิจิทัลมีความสำคัญมาก โดยให้ความสำคัญกับการตลาดผ่านเว็บไซต์มากที่สุด รองลงมาคือ การตลาดเชิงเนื้อหา การตลาดบนสังคมออนไลน์ การตลาดผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และการตลาดผ่านการครองหน้าแรก ตามลำดับ (2) ค่านิยมการบริโภคที่ยั่งยืนของผู้บริโภคกลุ่ม Gen C (Connected Consumer) มีความสำคัญมาก โดยให้ความสำคัญในด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านธรรมาภิบาล ตามลำดับ การทดสอบสมมติฐาน พบว่า การสื่อสารทางการตลาดดิจิทัล ค่านิยมการบริโภคที่ยั่งยืน ต่อการตัดสินใจซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคกลุ่ม Gen C (Connected Consumer) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการตัดสินใจซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคกลุ่ม Gen C (Connected Consumer) ในจังหวัดนครราชสีมา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01</p> สุวรรณ เดชน้อย, ศิรินธร เอี๊ยบศิริเมธี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยธนบุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/gdjournal/article/view/3154 Wed, 24 Dec 2025 00:00:00 +0700