ปัจจัยที่ส่งผลต่อความจงรักภักดีของผู้ใช้บริการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน Grab Food เขตกรุงเทพมหานคร ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด–19
คำสำคัญ:
ส่วนประสมทางการตลาด, ความจงรักภักดี, ความจงรักภักดีทางด้านทัศนคติ, ความจงรักภักดีทางพฤติกรรมบทคัดย่อ
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่ส่งผลต่อความจงรักภักดีของผู้ใช้บริการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน Grab Food เขตกรุงเทพมหานคร ในสถานการณ์โรคระบาด COVID – 19 2) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อความจงรักภักดีของผู้ใช้บริการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน Grab Food เขตกรุงเทพมหานคร ในสถานการณ์โรคระบาด COVID – 19 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้ที่เคยใช้บริการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน Grab Food ที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร 50 เขต โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่มพื้นที่ และคัดเลือก 1 เขตที่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดในแต่ละกลุ่มพื้นที่ จำนวนทั้งหมด 400 คน โดยกำหนดสูตรของ Yamane, Taro (1973) โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาแล้วไปทดสอบความเชื่อมั่น (Reliability Analysis) ผลการทดสอบมีค่าความเชื่อมั่น 0.987 ผลการศึกษาพบว่า 1) ด้านส่วนประสมทางการตลาด (7P’S) เมื่อพิจารณารายละเอียดโดยรวมจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดอยู่ที่ ( =4.35, S.D=0.626) ซึ่งพบว่า แต่ละด้านมีค่าเฉลี่ยระดับมากไปจนถึงมากที่สุด โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (Place) มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.42, S.D=0.649) รองลงมา คือ ด้านผลิตภัณฑ์ (Product) ( =4.41, S.D=0.646) ,ด้านบุคลากร (People) ( =4.38, S.D=0.687),ด้านลักษณะทางกายภาพ (Physical evidence) ( =4.37, S.D=0.693),ด้านกระบวนการ (Process) ( =4.37, S.D=0.674),ด้านการส่งเสริมการตลาด (Promotions) ( =4.31, S.D=0.719) และลำดับสุดท้าย คือ ด้านราคา (Price) คือ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( =4.17, S.D=0.765) 2) ด้านความจงรักภักดี เมื่อวิเคราะห์ความจงรักภักดีของผู้ใช้บริการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน Grab Food พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความเห็นต่อความจงรักภักดี โดยแบ่งเป็นความจงรักภักดีทางทัศนคติ (Attitudinal Loyalty) มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การรับรู้ ( =4.32,S.D=0.699) รองลงมาคือ ความรู้สึก มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.29, S.D=0.729) และความจงรักภักดีทางพฤติกรรม (Behavioral Loyalty) มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ตั้งใจซื้อ ( =4.22, S.D=0.768) รองลงมาคือ พฤติกรรม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( =4.18, S.D=0.800) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
Downloads
เอกสารอ้างอิง
ชุลีรัตน์ ก้อนทอง. (2553). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความจงรักภักดีของอู่ซ่อมรถยนต์ และศูนย์บริการของผู้ใช้บริการใน
เขตกรุงเทพมหานคร. ปัญหาพิเศษปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจสำหรับผู้บริหาร คณะบริหารธุรกิจ,
มหาวิทยาลัยบูรพา
พัชร์หทัย จารุทวีผลนุกูล, ปิยากร พรพีรวิชญ์, เปมิกา พันธุ์สุมา และ พิจักษณ์ วราเสนีย์วุฒิ. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคในการใช้บริการแอปพลิเคชันของฟู้ดแพนด้า ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล. วารสารเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 3(2): 29-42.
พิมพุมผกา บุญธนาพีรัชต์. (2560). ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการ Food Delivery ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. การค้นคว้าอิสระหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2553). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2565). การใช้บริการ Online Food Delivery ของคนไทย. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2565, จาก https://www.etda.or.th/th/https/www-etda-or-th/th/newsevents/pr-news/Online-Food-Delivery-Survey-2020.aspx
อมรรัตน์ แย้มรส. (2561). ความสัมพันธ์ของคุณภาพบริการคุณค่าตราสินค้าต่อความจงรักภักดีเชิงทัศนคติและเชิง พฤติกรรมของผู้ใช้บริการ. วิทยานิพนธ์หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ, มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ.
Hawkins, Del l., Best, Roger J., and Coney, Kenneth A. (2001). Consumer Behavior: Building Marketing. Consumer Behavior: Building Marketing Strategy. 8thed. New York: The McGraw-Hill Companies Inc.
Kotler, Philip. (2003). Marketing Management. 11thed. Upper Saddle River, NJ: Prentice-Hall.
Richard L., Oliver. (1997). Whence consumer loyalty. Journal of Marketing. 63(Special Issue): 33-44.
Yamane, Taro. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 3rded. New York: Harper and Row Publications.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธนบุรี (ฉบับบัณฑิตศึกษา)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร