https://so13.tci-thaijo.org/index.php/ajgs/issue/feed วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา 2026-05-23T21:12:21+07:00 ดร.สุรเชษฐ์ วงศ์ชัยประทุม graduate_journal@srru.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา </strong><br /><strong>Academic Journal of Graduate School</strong><br />ISSN <a style="text-decoration: none;" href="https://portal.issn.org/resource/ISSN/3027-8686">3027-8686</a> (Print)<br />ISSN <a style="text-decoration: none;" href="https://portal.issn.org/resource/ISSN/3027-8740">3027-8740</a> (Online)</p> <p><strong>วัตถุประสงค์วารสาร</strong><br />วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษาเป็นเวทีทางวิชาการในการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนามนุษย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การบริหาร และการพัฒนาสังคมในลักษณะสหวิทยาการ โดยมุ่งเน้นผลงานที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง ส่งเสริมการใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทของสังคมร่วมสมัย</p> <p><strong>ขอบเขตวารสาร</strong><br />นโยบายและการบริหารการศึกษา ปรัชญาการศึกษา จิตวิทยาการศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิต นวัตกรรมเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัล การบริหาร การจัดการ และภาวะผู้นำ ความหลากหลากหลายทางการศึกษา นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ศึกษา</p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่</strong><br />ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน)<br />ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม)<br />ฉบับที่ 3 (กันยายน-ธันวาคม)</p> <p><strong>กระบวนการรีวิว</strong><br />บทความวิชาการและบทความวิจัยที่จะนำมา ตีพิมพ์ในวานสารบัณฑิตศึกษา จะต้องได้รับการตรวจสอบทางวิชาการ จากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย 2 ท่าน ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบทความนั้นๆ บทความที่นำมาตีพิมพ์ในแต่ละฉบับ ทั้งนี้กองบรรณาธิการจะดำเนินการตรวจสอบการคัดลอกบทความ (Plagiarism) เป็นขั้นตอนแรก แล้วจึงจัดให้มีกรรมการภายนอกร่วมกลั่นกรอง (Peer Review) และประเมินบทความตามเกณฑ์และแบบฟอร์มที่กำหนด ในลักษณะเป็น Double-blind peer review คือปกปิดรายชื่อทั้งผู้ประเมินและผู้เขียนบทความ โดยบทความงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ต้องได้รับการประเมินความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 2 ท่าน<br /><strong>หมายเหตุ</strong> ในกรณีที่ผู้เขียนต้องการรับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน กรุณาแจ้งที่กระทู้เพื่อติดต่อกองบรรณาธิการในขั้นตอนการส่งบทความ</p> <p><strong>ประเภทของบทความ</strong> แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ บทความวิจัย และบทความวิชาการ<br /><strong>รับตีพิมพ์บทความ</strong> ทั้ง บทความภาษาไทย และบทความภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>เงื่อนไขการตีพิมพ์บทความ</strong><br />บทความแต่ละบทความจะได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบบทความ (Peer Reviewer) จากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อยสามท่าน โดยบทความผู้นิพนธ์ภายนอกได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิภายในและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกคนละหนึ่งท่าน หรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอย่างน้อยสองท่าน ส่วนบทความผู้นิพนธ์ภายในได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกหน่วยงานที่จัดทำวารสาร มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายสถาบัน และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ ทั้งนี้จะมีรูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์บทความและผู้นิพนธ์บทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความเช่นเดียวกัน (Double-Blind Peer Review) และทางกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาบทความจนกว่าจะได้แก้ไขให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของวารสาร ทั้งนี้ บทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างพิจารณาเสนอขอตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์อื่น ๆ หากมีการใช้ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อกองบรรณาธิการก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ สำหรับทัศนะและข้อคิดเห็นของบทความในวารสารฉบับนี้ เป็นของผู้นิพนธ์แต่ละท่าน ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ</p> <p><strong>ทั้งนี้</strong> วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา มีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความเป็นไปตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ที่ 149/2568 เรื่อง กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความทางวิชาการ สำหรับวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ.2568</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</strong><br />วารสารมีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ (APC) เฉพาะแบบปกติ และไม่มีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์แบบเร่งด่วน (Fast Track) อัตราค่าธรรมเนียม ดังนี้<br />- บทความวิจัย/ บทความวิชาการ (ภาษาไทย) 3,500 บาท/ บทความ<br />- บทความวิจัย/ บทความวิชาการ (ภาษาอังกฤษ) 4,500 บาท/ บทความ<br /><strong>ทั้งนี้</strong> จะเรียกเก็บค่าตีพิมพ์บทความสำหรับบทความที่ส่งเข้าระบบ ตั้งแต่วันที่ 1 เดือน ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป</p> <p><strong>คำชี้แจง</strong> ขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา<br />1. ขอให้ผู้นิพนธ์ส่งไฟล์เอกสารผ่านระบบ ThaiJo ประกอบด้วย<br />1.1 บทความวิจัย/บทความวิชาการ ในรูปแบบไฟล์ Word จำนวน 1 ไฟล์<br />1.2 แบบฟอร์มส่งบทความ จำนวน 1 ไฟล์<br />กรุณาดูคำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ <span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif; color: black;"><span lang="TH">(</span></span><a href="https://drive.google.com/file/d/1PyTpXgz02UXpLo1mUf0lkJfMqqizESKp/view" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif; color: black;">Click</span></a><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif; color: black;">)</span><br />2. เมื่อไฟล์เอกสารครบถ้วนแล้ว ทางกองบรรณาธิการจะพิจารณาบทความเบื้องต้น ตามข้อกำหนดของวารสาร หากผ่านการพิจารณาบทความเบื้องต้น ทางวารสารจะแจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์วารสารก่อนการตรวจประเมินคุณภาพบทความ<br />3. ช่องทางการชำระค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์วารสาร กำหนดให้โอนชำระค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์วารสารผ่านทางบัญชีธนาคาร โดยผู้นิพนธ์จะได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่วารสารเท่านั้น</p> <p><strong>ช่องทางการชำระค่าธรรมเนียม</strong><br />ชื่อบัญชี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (บกศ2)<br />ชื่อธนาคาร ธนาคารกรุงเทพ ประเภท เงินฝากออมทรัพย์<br />เลขที่บัญชี 644-0-30330-0</p> <p><strong>ทั้งนี้ </strong>เมื่อชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว กรุณาจัดส่งหลักฐานการชำระเงินที่อีเมล</p> <p>graduate_journal@srru.ac.th โดยระบุ 1) ชื่อ - สกุล ผู้นิพนธ์ 2) ชื่อบทความ 3) สลิปการโอน</p> <p><strong>หมายเหตุ: </strong>การชำระค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์วารสารทุกรายการ เป็นค่าดำเนินการของวารสาร ซึ่งหากบทความของท่านไม่ผ่านการพิจารณาให้ตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา จากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างน้อย 2 ท่าน และถูกปฏิเสธการลงตีพิมพ์ ทางวารสารจะไม่คืนเงินค่าตีพิมพ์วารสารดังกล่าว</p> https://so13.tci-thaijo.org/index.php/ajgs/article/view/2800 วิทยาศาสตร์ในเกลือหวานปัตตานี : การจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ที่บูรณาการท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาสาขาการพัฒนาเด็กปฐมวัย 2025-09-17T16:05:39+07:00 อานัส สามอ anas.samor@ftu.ac.th อัรฟัน หะสีแม fan_kmutt@hotmail.com วันบายูรี คาเว็ง wanbayuree@ftu.ac.th อับดุลฮากิม มะดีเยาะ abdulhakim.m@tsu.ac.th <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทักษะความคิดสร้างสรรค์ก่อนและหลังเรียน และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ที่บูรณาการท้องถิ่น เรื่อง วิทยาศาสตร์ในเกลือหวานปัตตานี กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาสาขาการพัฒนาเด็กปฐมวัย จำนวน 39 คน ที่ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) รูปแบบการวิจัยเป็นแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังเรียน (One-Group Pretest-Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดทักษะความคิดสร้างสรรค์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (Paired-Samples t-test)ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาหลังเรียน (M = 27.00, S.D. = 1.96) สูงกว่าก่อนเรียน (M = 13.13, S.D. = 1.75) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ ได้แก่ ความคิดคล่องแคล่ว ความคิดยืดหยุ่น ความคิดริเริ่ม และความคิดละเอียดลออ พบว่ามีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนในทุกองค์ประกอบ <br>2) ความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.70, S.D. = 0.45) โดยนักศึกษาพึงพอใจสูงสุดต่อการได้เข้าใจวิทยาศาสตร์ในภูมิปัญญาท้องถิ่นและการได้ลงมือปฏิบัติจริง ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5E เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และสร้างการเรียนรู้ที่มีความหมายสำหรับนักศึกษาครู</p> 2026-05-23T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา