วารสารปัญญาและคุณธรรม https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM <p><strong>ISSN : 3057-1677 (Online) </strong></p> <p><strong>วารสารปัญญาและคุณธรรม</strong> มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสนับสนุน ส่งเสริมให้นักวิชาการและผู้สนใจ ได้เสนอและเผยแพร่บทความบทความวิจัย บทความวิชาการ บทวิจารณ์หนังสือ บทความปริทรรศน์ และบทความพิเศษ ที่ได้มาตรฐานสู่สาธารณชน รวมทั้งยกระดับผลงานทางวิชาการให้ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ ด้วยหวังให้เป็นตลาดแห่งองค์ความรู้ที่สามารถค้นคว้า ถ่ายถอด และแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านต่างๆ อย่างหลากหลาย ทั้งนี้ เปิดรับบทความด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา สันติศึกษา สังคมวิทยา นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ มานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาชุมชม การศึกษา จิตวิทยา และรวมถึงสหวิทยาการเชิงประยุกต์ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่ก่อให้ปัญญาและคุณธรรม วารสารฯ กำหนดให้มีการเผยแพร่บทความ ปีละ 4 ฉบับ โดยบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่าน ทั้งนี้เปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</p> th-TH <p>ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ยินยอมว่าบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร</p> journal.wim@gmail.com (ผศ.ดร.อุทัย สติมั่น) somporn77725@gmail.com (นายสมพร หลังแก้ว) Thu, 26 Feb 2026 00:52:55 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ความสัมพันธ์ของผู้นำเชิงจริยธรรมกับความสุขในการทำงานของบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/1469 <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษาระดับผู้นำเชิงจริยธรรม 2) ศึกษาระดับความสุขในการทำงาน 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำเชิงจริยธรรมกับความสุขในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาครั้งนี้ คือ บุคลากรทางการศึกษา จำนวน 385 คนเครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่า ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาความสัมพันธ์โดยใช่ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้นำเชิงจริยธรรม โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อันดับที่ 1 คือ ด้านความรับผิดชอบ รองลงมา คือด้านความยุติธรรม ด้านความซื่อสัตย์ และอันดับสุดท้ายคือด้านความเมตตากรุณา 2) ความสุขในการทำงานโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ ด้านการหาความรู้ รองลงมา คือด้านสุขภาพดี ด้านน้ำใจงาม ด้านสังคมดี และอันดับสุดท้ายคือด้านการผ่อนคลาย 3) ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำเชิงจริยธรรมกับความสุขในการทำงาน โดยภาพรวม มีค่าความสัมพันธ์ทางบวกอยู่ในเกณฑ์ระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01</p> นฤมล เภาสระคู, โสภี วิวัฒน์ชาญกิจ , ในตะวัน กำหอม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปัญญาและคุณธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/1469 Thu, 26 Feb 2026 00:00:00 +0700 การส่งเสริมพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ของคณะสงฆ์อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/2290 <p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาระดับ 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ 3. เพื่อนำเสนอแนวทางการส่งเสริมพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของคณะสงฆ์อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ระเบียบวิธีวิจัยเป็นแบบผสานวิธี ระหว่าง การวิจัยเชิงปริมาณ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.814 กับกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ พระสงฆ์ จำนวน 168 รูป วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์และการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 9 รูปหรือคน โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา สรุปเป็นความเรียง</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการส่งเสริมพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของคณะสงฆ์อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก (=4.30, S.D.=0.27) 2. ความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการเรียนการสอนของพระศีลธรรม กับ การส่งเสริมพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของคณะสงฆ์อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก โดยภาพรวม มีความสัมพันธ์กันเชิงบวก อยู่ในระดับมาก (r=0.891**) 3. แนวทางการส่งเสริมพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของคณะสงฆ์อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มีการใช้โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต โปรเจคเตอร์ ในการจัดการเรียนการสอนและติดตามผลนักเรียน ด้านบุคลากร มีการพัฒนาทักษะและเทคนิคการสอนให้ทันสมัยให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละวัย ด้านข้อมูล มีการใช้สื่อออนไลน์และเลือกแหล่งข้อมูลในการศึกษาธรรมะมีความถูกต้อง ด้านกระบวนการ มีการใช้แอปพลิเคชันและสื่อโซเชียลต่าง ๆ ในการจัดการเรียนการสอนหลังสถานการณ์โควิด-19</p> พระมหาวัชรพงศ์ ฐานวโร, พระสมุห์ธงชัย สุนฺทราจาโร , พระครูบรรพตภาวนาวิธาน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปัญญาและคุณธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/2290 Thu, 26 Feb 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการเพื่อการปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/2293 <p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาระดับ 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ 3. เพื่อนำเสนอแนวทางการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการเพื่อการปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ระเบียบวิธีวิจัยเป็นแบบผสานวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.806 กับกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชน จำนวน 228 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสังคมศาสตร์ โดยใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบค่าที ค่าเอฟ และวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 9 รูปหรือคน โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการปฏิบัติของพระสงฆ์ต่อการพัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการเพื่อการปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมือง จังหวัดนครนายกโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (=3.90,S.D.=0.32) 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของพระสงฆ์ที่มีปัจจัยส่วนบุคคลด้าน อายุ พรรษา วุฒิการศึกษาสามัญ วุฒิการศึกษานักะรรม แตกต่างกัน มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไว้ 3. แนวทางการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการเพื่อการปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ด้านการปกครอง รักษาพระธรรมวินัยในคณะสงฆ์และรักษาความสามัคคี ด้านการศึกษา มีการปรับหลักสูตร พัฒนาครูและใช้เทคโนโลยีในการสอน ด้านการเผยแผ่ มีการเทศน์และอบรมศีลธรรม จัดกิจกรรมทางศาสนา ด้านสาธารณูปการ มีการดูแลวัดและเสนาสนะ จัดการทรัพย์สินพระพุทธศาสนา ด้านการศึกษาสงเคราะห์ มีการมอบทุนให้เยาวชนที่ขาดแคลนและจัดการศึกษาโดยตรง ด้านสาธารณสงเคราะห์ พระสงฆ์มีการช่วยเหลือสังคมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ</p> พระมหาวิรัตน์ วรปญฺโญ , พระมหาธงชัย สุนฺทราจาโร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปัญญาและคุณธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/2293 Thu, 26 Feb 2026 00:00:00 +0700 ประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/2295 <p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาระดับ 2. เพื่อศึกษาปัจจัย 3. ) เพื่อนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ระเบียบวิธีวิจัยเป็นแบบผสานวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถาม ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.968 จากกลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 169 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน การวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 9 รูปหรือคน วิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนาสรุปเป็นความเรียง</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (=4.48, S.D.=0.51) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการตามหลัก 4M ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ทั้ง 4 ด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 95.5 (R2 =.955) 3. แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ด้านคุณภาพงาน เน้นวิชาการและคุณธรรม พัฒนาครูให้ทันสมัย สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ และฝึกทักษะ ด้านปริมาณงาน ครูภาระงานสูงควรเพิ่มบุคลากรและปรับปรุงอุปกรณ์การเรียนให้ทันสมัยด้านเวลา มีระบบการบริหารที่ชัดเจน จัดสรรเวลาสมดุล ลดความเครียด และพัฒนาบุคลากรต่อเนื่อง ด้านค่าใช้จ่าย บริหารงบประมาณโปร่งใส เน้นพัฒนาการเรียนการสอน ระดมทุนและรับบริจาคจากชุมชน</p> พระอุดมวชิรนายก, พระมหาธงชัย สุนฺทราจาโร , สุริยะ มาธรรม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปัญญาและคุณธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/2295 Thu, 26 Feb 2026 00:00:00 +0700 การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมครูในสถานศึกษาโดยจุดประกายใจครูด้วยพลังบันดาลใจสร้างสรรค์คุณธรรมจริยธรรมตามหลักพรหมวิหาร 4 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/2433 <p> บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดและแนวทางการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมครูในสถานศึกษา โดยเน้นการจุดประกายใจครูด้วยพลังบันดาลใจสร้างสรรค์คุณธรรมจริยธรรมตามหลักพรหมวิหาร 4 อันประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมหมายถึง กระบวนการพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงค่านิยมด้านศีลธรรม และการประพฤติปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้บุคคลพัฒนาตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข พลังบันดาลใจเป็นพลังขับเคลื่อนภายในจิตใจที่กระตุ้นให้บุคคลมีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย และสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายแหล่ง เช่น ประสบการณ์ ความคิด บุคคล หรือสถานการณ์ สำหรับหลักพรหมวิหาร 4 นั้น เมตตาคือความรักและความปรารถนาดี กรุณาคือความสงสารและปรารถนาช่วยให้พ้นทุกข์ มุทิตาคือความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี และอุเบกขาคือการวางใจเป็นกลาง การนำหลักพรหมวิหาร 4 มาใช้ในการจุดประกายใจครู จะช่วยให้ครูมีคุณธรรมจริยธรรมจากภายในสู่ภายนอก สะท้อนออกมาเป็นการกระทำที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษาได้อย่างยั่งยืน</p> ศรัญญา สูงนารถ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปัญญาและคุณธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JWiM/article/view/2433 Thu, 26 Feb 2026 00:00:00 +0700