วารสารการจัดการเพื่อการพัฒนา https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JMD <p><strong>วารสารการจัดการเพื่อการพัฒนา</strong></p> <p><strong>กำหนดออก</strong><strong>:</strong> จำนวน 2 ฉบับต่อปี <br /> ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน) <br /> ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม)</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : </strong>วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงใน 3 สาขาวิชาหลัก ได้แก่ <br /> 1. ด้านการจัดการและบริหารธุรกิจ <br /> 1.1 การจัดการการท่องเที่ยวและไมซ์ และอื่นๆ ทีเ่กี่ยวข้อง<br /> 1.2 การจัดการการประกอบการทางสังคม และอื่นๆทีเ่กี่ยวข้อง <br /> 1.3 การจัดการโลจิสติกส์ การขนส่ง และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง<br /> 2. ด้านรัฐประศาสนศาสตร์<br /> 2.1 การบริหารงานตำรวจและกระบวนการยุติธรรม <br /> 2.2 รัฐประศาสนศาสตร์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง <br /> 3. ด้านรัฐศาสตร์<br /> 3.1 การเมืองการปกครองยุดิจิทัล<br /> 3.2 การเมืองการปกครองท้องถิ่น และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง <br /> โดยวารสารการจัดการเพื่อการพัฒนา มุ่งเน้นในการเป็นสื่อกลางที่สำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้อันทรงคุณค่าในแวดวงวิชาการ เพื่อเป็นประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อกลุ่มเป้าหมาย อันได้แก่ คณาจารย์ นักศึกษา นัเรียน นักวิชาการและนักวิจัยทั้งที่เป็นหน่วยงานภายในและหน่อวยงานนอกสถาบัน ที่ประสงค์ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการใหม่ๆ เผยแพร่สู่สาธารณชนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระดับบุคคล ระดับองค์กรและระดับชาติต่อไป </p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความ <br /></strong> บทความทุกบทความที่ประสงค์เผยแพร่ในวารสารการจัดการเพื่อการพัฒนา จะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญ จำนวนอย่างน้อย 3 ท่าน ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชียวชาญนะ้นจะต้องเป็นบุคคลภายนอกและมาจากหลากหลายสถาบัน มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้น ๆ และที่ไม่สังกัดสถาบันเดียวกันกับผู้เขียน โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review) เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการสูงสุด </p> <p><strong>ประเภทของบทความ :</strong> บทความวิจัยและบทความวิชาการ</p> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์ :</strong> ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>เจ้าของวารสาร : </strong>วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ</p> <p><strong>อัตราค่าธรรมเนียม :</strong> ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม (จนกว่าจะมีนโยบายเปลี่ยนแปลง)</p> th-TH Thuanthong@tsu.ac.th (Assistant Professor Dr.Thuanthong Krutchon) Boonnawat.s@tsu.ac.th (Mr.Boonnawat Srikhwan) Wed, 31 Dec 2025 07:27:33 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 กลยุทธ์การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการมืออาชีพในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JMD/article/view/2197 <p>บทความนี้เป็นการสังเคราะห์กลยุทธ์ของการนำ AI มาใช้เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการมืออาชีพในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล หัวใจสำคัญของการใช้ AI จะเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน บทความกล่าวถึงบทบาทของ AI ในการสร้างการเติบโตผ่าน 5 มิติหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพและการลดต้นทุน การตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการขยายขนาดธุรกิจ 5 กลยุทธ์หลักในการใช้ AI ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจ การใช้ AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม และการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากรบุคคล อีกทั้งมีการนำเสนอ 10 กรณีศึกษาเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในการนำ AI มาประยุกต์ใช้จริงทั้งในการเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน และสร้างสรรค์นวัตกรรม อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ก็มาพร้อมกับความท้าทาย เช่น คุณภาพข้อมูล การขาดแคลนบุคลากร ต้นทุนลงทุนสูง และประเด็นจริยธรรม/ความปลอดภัย ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการคือ ให้เริ่มต้นด้วยการระบุ “มูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ” ที่ AI จะสร้างให้ธุรกิจ สร้างรากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง ลงทุนในบุคลากรและวัฒนธรรมที่เปิดรับ AI เลือกใช้ AI ที่เหมาะสม เริ่มต้นด้วยโครงการนำร่องเล็ก ๆ และวัดผลสม่ำเสมอ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และคำนึงถึงจริยธรรมและความรับผิดชอบ สรุปได้ว่า การใช้ AI อย่างมีกลยุทธ์เป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนและนำพาธุรกิจสู่ความสำเร็จในอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี</p> พงษ์ศักดิ์ ผกามาศ, ปรางทิพย์ เสยกระโทก, ภิญญา สุขวิพัฒน์, วันทนารี สุวรรณกลาง, ลดาวรรณ สุระนรากุล, ปิยะรัตน์ อนงค์ไชย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการเพื่อการพัฒนา https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JMD/article/view/2197 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 The Antecedents of Satisfaction and Revisit Intention for Thai Restaurants: An Empirical Study of Chongqing, China https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JMD/article/view/2793 <p>This study investigates the antecedents of customer satisfaction and their influence on revisit intention toward Thai restaurants in Chongqing, grounded in Expectancy Confirmation Theory (ECT). Despite growing interest in cross-cultural dining, limited research has explored Thai restaurants in China. To address this gap, a structured questionnaire with high reliability (Cronbach’s alpha = 0.958) was used to collect data from 403 respondents through convenience sampling. Quantitative analyses, including descriptive statistics, correlation, and multiple regression, examined five antecedents: atmosphere, food quality, service quality, price, and perceived value. Results indicate that food quality, service quality, price, and perceived value significantly affect revisit intention, while atmosphere was not significant when controlling for other variables. The findings extend the application of ECT to the restaurant industry in a cross-cultural setting and provide practical insights for restaurant managers seeking to enhance customer satisfaction and encourage repeat patronage.</p> Mingye Lu ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการเพื่อการพัฒนา https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JMD/article/view/2793 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 แนวทางในการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกของเด็กและเยาวชนของผู้ปกครองในพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JMD/article/view/2915 <p>การวิจัยเรื่อง แนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกของเด็กและเยาวชนโดยผู้ปกครองในเขตอำเภอเมืองสงขลา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะพฤติกรรมของผู้ปกครองที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ปกครองและความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเชิงบวกของเด็กและเยาวชน และแนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกของเด็กและเยาวชนโดยผู้ปกครอง การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) การวิจัยเชิงปริมาณเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นผู้ปกครอง จำนวน 396 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของ Taro Yamane (1973) จากประชากรจำนวน 39,710 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกครูและบุคลากรโรงเรียนวรนารีเฉลิม จำนวน 5 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการเลี้ยงดูที่มุ่งเน้นการให้ความรัก ความเอาใจใส่ และการสนับสนุนด้านการเรียนรู้ ซึ่งส่งผลให้เด็กและเยาวชนแสดงพฤติกรรมเชิงบวกในระดับมาก ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมเชิงบวกของเด็กและเยาวชน ได้แก่ การสื่อสารที่ดีภายในครอบครัว การเป็นแบบอย่างที่เหมาะสมของผู้ปกครอง และการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพร่วมกัน ข้อเสนอแนะเชิงแนวทางในการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกของเด็กและเยาวชน คือ การสร้างบรรยากาศครอบครัวที่อบอุ่น การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในกิจกรรมของบุตรหลาน และการใช้การเสริมแรงเชิงบวกอย่างต่อเนื่องในการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชน</p> กนกวรรณ ช่วยชิต, กฤติยาณี ดีแก้ว, ณัฏฐณิชา ใหม่ทอง, ดวงกมล ต่างสี, ทรงพร ไพฑูรย์, รินลณี ศรีเพ็ญ, อรอุมา หอมประสิทธิ์, ทชาน์ศิริก์ สุขเกษม ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการเพื่อการพัฒนา https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JMD/article/view/2915 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700