https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JERf/issue/feed
วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
2026-03-16T18:26:29+07:00
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาทิตย์ โพธิ์ศรีทอง (Assistant Professor Dr.Arethit Posrithong)
arethit@g.swu.ac.th
Open Journal Systems
<p>วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดทำโดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของนักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย ตลอดจนนักวิชาการทั่วไป และเป็นแหล่งกลางในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในระดับชาติและพัฒนาไปสู่มาตรฐานในระดับสากลต่อไป</p> <p><strong>กำหนดเผยแพร่วารสาร</strong> ปีละ 2 ฉบับ (ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน และ ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม)</p> <p><strong>วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ</strong> เป็นวารสารจัดอยู่ใน <strong>วารสาร TCI กลุ่มที่ 3</strong> (จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572)<br /><br /><strong>กองบรรณาธิการวารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ</strong> ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ (Processing fees and/or Article Page) จากผู้นิพนธ์บทความ ผู้นิพนธ์บทความสามารถส่งบทความตีพิมพ์ <strong>ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น</strong></p> <p>การพิจารณาบทความ จะผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน / บทความ </p>
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JERf/article/view/3203
แนวทางการส่งเสริมทักษะการนิเทศของผู้นิเทศภายใน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2
2025-12-17T12:43:14+07:00
เกวลิน มั่นคง
kewalinma67@nu.ac.th
สถิรพร เชาวน์ชัย
sathirapornc@nu.ac.th
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาทักษะการนิเทศของผู้นิเทศภายใน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 และ (2) ศึกษาแนวทางการส่งเสริมทักษะการนิเทศของ<br />ผู้นิเทศภายใน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ดำเนินการวิจัย<br />2 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาทักษะการนิเทศของผู้นิเทศภายใน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและหัวหน้างานบริหารงานวิชาการ ปีการศึกษา 2568 จำนวน 144 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปในการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง และสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่ม<br />แบบแบ่งชั้น เก็บรวมรวบข้อมูลด้วยแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาแนวทางการส่งเสริมทักษะการนิเทศของผู้นิเทศภายใน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน <br />โดยเลือกแบบเจาะจง เก็บข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า (1) ผลการศึกษาทักษะการนิเทศของผู้นิเทศภายใน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.40, S.D = 0.44) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ อยู่ระดับมาก ( = 4.46, S.D = 0.48) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือทักษะด้านการใช้เทคนิคการนิเทศ อยู่ระดับมาก ( = 4.38, S.D = 0.52) (2) ผลการศึกษาแนวทางการส่งเสริมทักษะการนิเทศของผู้นิเทศภายใน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 พบว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจัดอบรมพัฒนาทักษะCoaching และ Mentoring เผยแพร่วิธีการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC) และจัดทำคู่มือกับแผนการนิเทศ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผน ออกแบบเครื่องมือ และเกณฑ์การประเมินที่เหมาะสม ผู้นิเทศควรประยุกต์ใช้เทคนิคการนิเทศให้สอดคล้องกับบริบท สร้างบรรยากาศแบบกัลยาณมิตร ส่งเสริมการทำแผนพัฒนาเฉพาะบุคคล (ID Plan) ให้ครูแสดงความคิดเห็น และสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้การนิเทศเกิดประสิทธิภาพ</p>
2026-03-16T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
https://so13.tci-thaijo.org/index.php/JERf/article/view/3487
แนวทางการนิเทศภายในสถานศึกษาตามแนวคิด ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2
2026-02-03T16:12:45+07:00
พีรภาว์ กิตติศาสตรา
peerapak67@nu.ac.th
จิติมา วรรณศรี
journal.edswu@gmail.com
<p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาสภาพการนิเทศภายในสถานศึกษาตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครู 2) เพื่อศึกษาแนวทางการนิเทศภายในสถานศึกษาตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครู วิธีการดำเนินวิจัย แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพการนิเทศภายในสถานศึกษาตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครู กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 27 คน และครู จำนวน 275 คน รวม 302 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วนประชากรแต่ละเครือข่ายโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า <br />5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นที่ระดับ 0.94 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" />) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาแนวทางการนิเทศภายในสถานศึกษาตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครู กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน ได้มาโดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการนิเทศภายในสถานศึกษาตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครู ในภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 4.17, S.D. = 0.48) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการปฏิบัติการนิเทศ (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 4.20, S.D. = 0.49) 2) แนวทางการนิเทศภายในสถานศึกษาตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครู พบว่า 1) ด้านการศึกษาสภาพปัญหา สถานศึกษาควรวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งร่วมกันตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 2) ด้านการวางแผนการนิเทศ สถานศึกษาควรกำหนดเครื่องมือการนิเทศจากปัญหาและความต้องการเพื่อให้การนิเทศสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและนำไปสู่การพัฒนาที่ตรงจุด 3) ด้านการปฏิบัติการนิเทศ ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้นิเทศควรใช้หลักการนิเทศแบบชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง 4) ด้านการประเมินผลและปรับปรุงการนิเทศ สถานศึกษาควรนำข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไปใช้เพื่อกำหนดเป้าหมาย วางแผน และพัฒนากิจกรรมนิเทศให้ตรงกับความต้องการของครูและปัญหาในชั้นเรียน</p>
2026-03-16T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ